[Trip] ออกนอกลู่นอกทางไปหาหนุ่มดาบ ที่ Tokyo National Museum

[Trip] ออกนอกลู่นอกทางไปหาหนุ่มดาบ ที่ Tokyo National Museum

สวัสดีจ้ะ

แต่นแตนแต๊น เปิดบล็อกใหม่! *โปรย* เนื่องจากอารยธรรม exteen ล่มสลายไปแล้ว เลยถือโอกาสเปิดบล็อกใหม่เป็น WordPress ซะเลย

ขอประเดิมทริปติ่งงง~! ヾ(*´∀`*)ノ …ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ใช่ทริปติ่งอย่างแท้จริงหรอก โดนที่ทำงานส่งตัวไปทำงานที่ญี่ปุ่นพอดี เลยไปตะแง้วขอหัวหน้าแว้บมาติ่ง (ซึ่งหัวหน้าก็ให้ เราถือว่าได้รับอนุญาตแล้ว จึงไม่ขอเรียกว่าเป็นการอู้งาน 555)

เป้าหมายของเราคือ Tokyo National Museum หรือชื่อไทยอย่างโคตรเป็นทางการเลยว่า \ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว / (← ลอกวิกิพีเดียมา) …ใช่แล้ว ไปดูดาบค่ะ 5555

ช่วงนี้ติ่งหนุ่มดาบ (เกม Touken Ranbu) อยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับเกมมีให้อ่านได้ทั่วไป เล่าคร่าวๆ คือเป็นเกมที่เอาดาบญี่ปุ่นในประวัติศาสตร์จริงมาวาดให้เป็นหนุ่มหล่อ เรารับบทเป็นซานิวะ ประมาณผู้มีพลังเปลี่ยนสิ่งของให้มีร่างคน (ตามเรื่องก็เปลี่ยนดาบให้เป็นหนุ่มหล่อนั่นแหละ 555) จัดทัพดาบส่งข้ามกาลเวลาไปสู้กับทัพศัตรู …เอ่อ แล้วอะไรอีกอ่ะ เอ่อ อิลัสต์ในเกมผู้ชายหล่อ เสียงพากย์ก็ดี เอาเป็นว่าเกมนี้ทำการตลาดด้วยแผนชายงามค่ะ (…แง เล่นมาตั้งนาน จับใจความได้แค่นี้แหละ ლ(́◉◞౪◟◉‵ლ) 5555)

AFK go to Japan 9-14Sep

พอจะไม่อยู่หน้าคอมนานๆ ทีไรเราก็จะวาดภาพแบบนี้แปะไว้บนหัวทุกโซเชียล
อาจเห็นออนได้เป็นระยะ แต่อาจติดต่อไม่สะดวกนะคะ ปิ๊ง~☆!

ตอนนั้นเห็นแพลนงานว่าต้องไปทำงานที่โตเกียว แถวๆ อุเอโนะ (Ueno) ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว หรือ Tokyo National Museum พอดีก็เลยรีบเช็กจากทางเว็บของพิพิธภัณฑ์ http://www.tnm.jp ว่าตอนนี้มีดาบอะไรจัดแสดงอยู่บ้าง ตอนนั้นจำได้เลาๆ ว่ามีปู่มิกะ (ดาบ Mikazuki Munechika) จัดแสดงอยู่ที่นี่ก่อนหน้านี้ เลยลองเช็กดูเผื่อว่าพอมีหวังไปทันได้เจอ

…ปรากฏว่าไม่มีแล้วอะ แป่ววว (;△;)

ตอนที่เราบินไปเขาเก็บปู่แล้ว แต่เอาดาบอีกชุดมาจัดแสดงแทน เพราะฉะนั้นถ้าใครจะไปดูก็แนะนำให้เช็กจากเว็บก่อนนะ เพราะดาบที่เอามาโชว์เขาจะเวียนๆ มาแสดง (ส่วนวิธีเช็กเดี๋ยวจะรวบรวมไว้ให้ทีเดียวท้ายบทความนะคะ)

ตอนที่ไปเจอเซตนี้ๆ → [Link] มีไฮไลต์คือดาบตันโตะ: อัตสึชิ โทชิโร่! (Atsushi Toushirou)

TOKYO NATIONAL MUSEUM - Exhibitions Japanese Gallery (Honkan) Japanese Swords Item List

…อัตสึชิ โทชิโร่!

อัตสึชิ โทชิโร่!

อัตสึชิ โทชิโร่!

ถึงจะไม่ใช่เมนก็เถอะ แต่อัตสึคุงก็เป็นน้องมีดที่ชอบเป็นอันดับต้นๆ ของเกมเลยนะ! (จริงๆ คือน้องหายาก ตีหาเป็นสัปดาห์จนเกิดเป็นความผูกพัน ; – ;) เช็กจากเว็บแล้วก็หันไปบอกหัวหน้าทันที “อยากเข้าอะค่ะ” “อยากเข้าอะค่ะ” “อยากเข้าอะค่ะ” “อยากเข้าอะค่ะ” “อยากเข้าอะค่ะ” “ตรงนี้น้องอยากเข้าอะค่ะพี่” *ชี้ๆๆๆ* (หัวหน้าก็ เออๆ แกไปเถ้อ ให้เบิกเงินค่าเข้าได้ด้วยอะ แง ขอบคุณค่ะ 5555)

สำหรับการไปดูดาบจริงที่ Tokyo National Museum นี่จัดว่าเป็นมิชชั่นที่ง่ายที่สุดในการไปดูดาบเล่มจริงที่มีทั้งหมดทั่วญี่ปุ่นเลยมั้ง (ส่วนตัวรู้สึกว่าง่ายกว่าไปดูมิทสึทาดะที่สนามบินฮาเนดะ[1] ซะอีก 555) แต่ก็จะเล่าเอาไว้เผื่อเป็นหนทางสำหรับคนที่อยากไปดูดาบที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโตเกียวเหมือนกัน ┌(^o^┐)┐

ตอนที่ไปทำงาน เป็นช่วงเวลาที่พายุเข้าโตเกียวพอดี ตามจริงแผนเดิมเราจะได้ไปที่สวนอุเอโนะตั้งแต่วันแรกตอนบ่ายๆ …แต่แล้วทุกอย่างก็ผิดคาดไปหมด! พายุเข้า! อยู่ๆ ต้องไปเจอคนญี่ปุ่นที่บริษัทดีลไว้เพื่อให้เขาต้อนรับเราในฐานะแขกบ้านแขกเมือง! ท่ามกลางพายุฝนเนี่ยนะ!? ฟหกด่าสวฟหกด่าสวฟหกด่าสว สารพัดวุ่นวาย สุดท้ายเลยต้องสลับตารางงาน เอาแพลนวันแรกทิ้งไป ตามตารางแล้วมี Free Time วันจันทร์ 1 วันด้วย แต่วันจันทร์พิพิธภัณฑ์ปิด!!! พรากกก เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจุงเบย ฮือ ;_; ตอนนั้นตัดใจไปแล้วครึ่งนึง ว่าเออๆ อุเอโนะกับพิพิธภัณฑ์คงไม่ได้ไปแล้วแหง ทำงานให้เสร็จๆ …แล้วไปติ่งแถวฮาระจุกุกับอิเคะบุคุโระแทนก็ได้วะ (← นี่ก็ยังไม่ลดละความพยายามติ่ง 555)

แต่ แต่ แต่ แต่ หลังจากนั้นอยู่ๆ ก็ฟิตขึ้นมา คือช่วงนั้นติดต่อกับพี่ที่บริษัททางไทยตลอด คนเขาเป็นห่วงว่ามากันแค่สองคน (เรากับน้องอีกคน…ซึ่งน้องคนนั้นเก่งกว่าเรา ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าเราหรอก 5555) อยู่ๆ เจอพายุรัวๆ + ข่าวดินถล่มในแถบชานเมืองงี้ จะไปไหนก็ไม่สะดวกรึเปล่า ก็แบบเสียงปลงๆ กันไปแล้วว่าสงสัยงานนี้วืดรัวๆ แน่ กรี๊ซ ไม่ยอมมม จากนั้นเลยจัดตารางกันใหม่ เราจะทำตามสัญญา~ ขอเวลาอีกไม่นาน~♫

เอาเป็นว่าสุดท้ายก็ได้สล็อตเวลาในการไปอุเอโนะกลับคืนมาด้วยสกิลสลับตารางขั้นเทพ (เป็นสกิลติดตัวของทีมนี้ 5555) ในที่สุดก็ได้เช้าว่างๆ มาวันหนึ่งแบบงานไม่เสียแล้ว!

ตื่นตั้งแต่เช้าไป สวนอุเอโนะ (Ueno Park) นั่งรถไฟ JR ไปลงที่ สถานี Ueno Station ออกทางออก Central Exit แล้วเดินไปทางขวามือสุดจะเจอทางเข้าสวนอุเอโนะ (ซึ่งจริงๆ มารู้ทีหลังว่าออกทางออก Park Exit จะใกล้กว่า แต่ไม่ทันแล้ว ฮือ 5555)

Tokyo National Museum จะอยู่ด้านในสุดของสวนอุเอโนะค่ะ ถ้าดูในแผนที่จะพบว่าอยู่ทางเหนือสุด แต่ประตูที่เราออกมาจากสถานีตอนนั้นมันติดกับประตูเกือบใต้สุดของสวน 555555555555+ ก็เดินมันเข้าไปสิ เดินมันเข้า!

Ueno Park gate ทางเข้าสวนอุเอโนะ

ตอนนั้นออกมาด้วยทางออกใหญ่ของสถานี แล้วเข้าสวนอุเอโนะทางนี้

แต่ระหว่างทางมีจุดให้เดินชมในสวนเยอะนะ คือที่นี่จะเป็นสวนสาธารณะใหญ่ๆ มีต้นไม้เยอะๆ แล้วก็มีพวกศาลเจ้ากับรูปปั้นอนุสาวรีย์ แล้วก็ครอบคลุมพื้นที่สำคัญในประวัติศาสตร์ไรงี้ด้วย ถ้าจะมาเดินจริงๆ ก็ควรแบ่งเวลาไว้สักครึ่งวันถึงจะเดินได้ชิลๆ และเก็บหมดสวน …แต่ทางนี้วิ่งค่ะ วิ่งสู้ฟัด เพราะเดี๋ยวตอนสายๆ มีธุระต่อ เลยเดินแบบข้ามๆ ให้ถึงไวที่สุด

ที่อยากไปมากๆ คือตรงนี้

Ueno Lotus Pond สระบัวสวนอุเอโนะ

Ueno Lotus Pond สระบัวสวนอุเอโนะ

Ueno Lotus Pond สระบัวสวนอุเอโนะ

สระบัววววว \(>_________<)/

โอเค…เราลืมบอกไป ว่าบล็อกเที่ยวอย่างติ่งของเรานี้ไม่มีสาระทางประวัติศาสตร์ใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ อารมณ์ว่า เข้ามาดูเข้ามาดู แล้วเราก็ไปงี้ 55555 เพราะฉะนั้นสระนี่คืออะไรก็ไม่รู้เหมือนกันค่า (อย่าด่าเรา 5555) แต่อย่างน้อยก็รู้นะว่าหอแปดเหลี่ยมตรงกลางสระบัวเขาเรียกว่า “หอเบนเทน (Benten-do)” ไว้บูชาเทพเบนเทนของญี่ปุ่นงี้ ฮือๆๆๆ (หนังสือนำเที่ยวบอกเรามา 555)

Ueno Lotus Pond & Benten-do สระบัวสวนอุเอโนะ และหอเบนเทน

อันนี้ๆ หอเบนเทน สระบัวที่เราถ่ายรูปมาด้านบนจะล้อมรอบหอนี้อยู่

พอไปถึงก็แบบ โอยยย สวยยย ขนาดไม่ได้ไปช่วงที่ดอกบัวบานนะ (เขาว่าตอนบัวบานทั้งสระจะเป็นสีชมพูสวยมาก) แต่จริงๆ ที่วาดภาพไว้ในใจว่าอยากเห็นก็คือช่วงที่เห็นแต่ใบบัวแบบนี้แหละ พอไปยืนตรงสะพานตรงกลางนะ เหมือนเพลง “เธอ” ของวงค็อกเทลดังในหัวเลย

…ทำไมเพลง “เธอ” อะเหรอ?

คืองี้ๆๆๆ ถ้าใครส่องแฟนอาร์ต บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน หรือส่องแท็กเต้ามู่ปี่จี้ (盗墓笔记) ของจีนบ่อยๆ (…อะไรวะ อยู่ๆ ก็ลากเข้าเต้ามู่ 5555) จะเห็นว่าที่หังโจว (เมืองที่อู๋เสีย ตัวเอกของเรื่องอาศัยอยู่) จะมีสระบัวอะ สระบัวที่หังโจวดังมากนะเฟ้ย! พอเห็นสระบัวก็เลยนึกถึงอู๋เสีย พอนึกถึงอู๋เสียก็นึกถึงผิงเสีย (ชื่อแพริ่งค่ะ มาจาก เมินโหยวผิง x อู๋เสีย ) นึกถึงผิงเสียก็นึกถึงเพลง “เธอ” …เออ ความเชื่อมโยงของสระบัวกับเพลงและผิงเสียก็มีแค่นี้แหละ T  T (ขี้มโนหนักมาก เทพเจ้าเบนเทนคะ ให้อภัยแก่ความกาวข้ามชาติของหนูด้วย orz)

ด้านหลังหอเบนเทนเป็นสระใหญ่ๆ มีเรือเป็ดให้เช่า เห็นว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิแถวๆ สระจะมีทางเดินชมซากุระด้วย แต่ตอนที่ไปเป็นหน้าร้อนญี่ปุ่น มีแต่ทางเดินแดดเปรี้ยงเท่านั้น (ถึงกระนั้นก็ยังมีลุงป้าน้าอามาเดินเล่นกันแต่เช้าที่สวนอยู่ดี มีสาวแต่งตัวเท่ๆ มานั่งสเกตช์ภาพริมน้ำด้วย เอาจริงๆ ถ้าเทียบกับวันก่อนๆๆๆ หน้านี้ที่เจอแต่พายุฝน ก็ขอเจอแดดดีกว่าละนะ)

พอได้สระบัวแล้ว ก็ไม่เป็นอันมีสติอีกต่อไปแล้วค่ะ 5555 ไป! ลุย! เดินหาพิพิธภัณฑ์ต่อ! (ความละเมียดละไมระหว่างทางคืออะไรไม่รู้จัก 5555) คือเผลอเวิ่นเว้อสติกาวอยู่แถวสระบัวนานมาก ดูนาฬิกาอีกทีก็ใกล้เที่ยงแล้ว เลยต้องจ้ำไป รู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้กินข้าวเที่ยงดีๆ เลยกินข้าวปั้นที่ซื้อจากแฟมิลี่มาร์ตแถวโรงแรมเมื่อเช้า จำได้ว่าวิ่งไปกระดกน้ำไปสองขวด เหงื่อซ่กเลย

ในที่สุดก็มาถึงซะที!

TNM Tokyo National Museum

แต่นแตนแต๊นนน~☆ ตรงสุดทางนั้นแหละ คือเป้าหมายของเรา!

Tokyo National Museum หรือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว นั่นเอง~☆ กรี๊ด จะได้เจอน้องซะทีแล้วนะ อัตสึคูง~♥

พอไปถึงก็ต้องซื้อตั๋วก่อน เรามีเป้าหมายแค่นิทรรศการหลักที่อัตสึคุงอยู่ค่ะ ไม่จำเป็นต้องเข้านิทรรศการพิเศษ (Special Exhibition) เลยซื้อแค่บัตรธรรมดาสำหรับ Regular Exhibition ค่ะ (ไม่ละเมียดละไมเอาซะเลยจริงๆ ด้วย 555)

บัตรธรรมดาราคา 620 เยน สามารถเข้าชมได้ 2 ตึกคือ Honkan (Japanese Gallery) ซึ่งเป็นอาคารจัดนิทรรศการหลักอยู่ตรงกลางสุด และ Toyokan (Asian Gallery) ตึกขาวๆ เทาๆ ทางขวามือ สองตึกนี้คือตึกที่จัดนิทรรศการหลักและนิทรรศการถาวรค่ะ ตอนเราไปตึกอื่นๆ เขาจัดนิทรรศการพิเศษอยู่ ถ้าอยากเข้าก็ต้องซื้อบัตรแบบพิเศษถึงจะเข้าได้ (อยากเข้าอันไหนก็ต้องเพิ่มเงินตอนซื้อ ราคาขึ้นอยู่กับนิทรรศการตอนนั้น)

มีตู้ขายบัตรที่มีเมนูภาษาอังกฤษด้วยค่ะ ต่างด้าวแบบเราไม่ต้องดำน้ำคุยก็ซื้อตั๋วได้ เฮ~ (ข้าไม่ได้กลัวคนเลยสักนิด เชื่อข้าเถอะ ถึงข้าจะดีใจจนออกนอกหน้าอยู่ก็เถอะ)

มีตู้ขายบัตรที่มีเมนูภาษาอังกฤษด้วยค่ะ ต่างด้าวแบบเราไม่ต้องดำน้ำคุยก็ซื้อตั๋วได้ เฮ~
(ข้าไม่ได้กลัวคนเลยสักนิด เชื่อข้าเถอะ ถึงข้าจะดีใจจนออกนอกหน้าอยู่ก็เถอะ)

เป้าหมายของเรา อัตสึชิ โทชิโร่จะอยู่ใน โซนดาบญี่ปุ่น (Japanese Swords) ภายในอาคารหลัก Honkan ค่ะ โซนที่ว่านี้อยู่ชั้น 1 เดินเข้าไปในตึกแล้วเข้าประตูทางขวา จะเป็นทางเดินบังคับ เดินทะลุๆ แป๊บเดียวก็ถึงโซนดาบแล้ว (ใจคอจะไม่เล่าโซนอื่นระหว่างทางเลยใช่มั้ย 5555)

ตอนที่เราซื้อตั๋วเสร็จแล้วเดินมายังตึก Honkan เห็นกลุ่มสาวๆ ญี่ปุ่นน่าจะวัยมัธยมสามสี่คนซื้อตั๋วเสร็จพร้อมเรา ตอนให้พนักงานตอกบัตรเข้าพิพิธภัณฑ์พวกเขาเดินนำหน้าเราอยู่นิดหน่อย ทีแรกก็คิดเล่นๆ นะว่าเขาจะมาดูดาบเหมือนกันหรือเปล่านะ แต่คงไม่ใช่หรอก เพราะที่นี่นักเรียนก็มาทัศนศึกษากันเยอะ คงมากับกลุ่มไหนสักกลุ่มมากกว่า

……ซะที่ไหนล่ะ ใช่เลยตะหาก พอเห็นว่าเดินมาทางเดียวกัน เข้าตึกเดียวกัน ก็เริ่มแน่ใจ เราเลยเดินตามสาวๆ กลุ่มนั้นไปเลยค่ะ (// v \\) เห็นเขาเดินผ่านโซนอื่นอย่างคล่องแคล่ว เราก็เดินตามแบบช้าๆ (นี่พยายามจะละเอียดอ่อนแล้ว) เอาเป็นว่า เดินมายังไงก็เจอกันที่โซนดาบญี่ปุ่นอยู่ดี

เดินก้าวเข้าไปถึง ไม่ต้องอ่านป้ายก็รู้เลยว่าดาบเล่มไหนคืออัตสึชิ โทชิโร่ …คือตู้ที่มีคนมุงเยอะที่สุดนั่นเอง

ภาพที่เห็นก็คือ…

TNM Tokyo National Museum's Atsushi Toushirou

TNM Tokyo National Museum's Atsushi Toushirou

น้องอัตสึ ♥♥♥

ตอนเห็นดาบนี่ร้องในใจ “หน้าเหมือนในเกมเลย!” *กรุณามองผ่านฟีลเตอร์เดียวกับเจ้าของบล็อก* แบบว่าใบดาบ (ใบมีด) เรียบๆ คมๆ ช่างเป็นหนุ่มที่เถรตรง แข็งขัน เรียบง่าย แล้วก็ดูพึ่งพาได้ดีเหลือเกิน โฮววว

ป้ายที่ไม่ได้ทำมาไว้เพื่อเราต่างด้าว T_T

ป้ายที่ไม่ได้ทำมาไว้เพื่อเราต่างด้าว T_T อ่านออกแค่ชื่อ กับรู้ว่าเป็นสมบัติแห่งชาติ (National Treasure)

คุ้นๆ ว่าเคยอ่านเจอในวิกิฯ ของเกมดาบเจ้าไหนสักเจ้า พูดถึงชื่อกับลักษณะของดาบ (ซึ่งจริงๆ เนื้อหาก็เหมือนกับในบทแนะนำตัวของอัตสึชิในเกมตอนที่ได้มา) พูดถึงใบดาบที่หนาเลยเป็นที่มาของชื่อ “อัตสึ” นั่นเองค่ะ จะว่าไป ก่อนหน้านี้เกมดาบพากย์เสียงชื่ออัตสึคุงว่าอัตสึเฉยๆ ในภายหลังค่อยมีการเปลี่ยนเป็น “อัตสึชิ” ตามในป้ายของ Tokyo National Museum นี่แหละค่ะ

ขอขยายความที่บอกว่ามีคนมุงเยอะที่สุด คือส่วนใหญ่แกนนำมุงจะเป็นสาวๆ (พวกเธอทุกคนน่าจะป่วยดาบ) พอคนอื่น (มักเกิ้ลทั่วไป) เห็นสาวๆ มุงกัน ก็เลยมุงตามไรงี้ คนเลยครึกครื้นที่ตู้นี้มากกว่าตู้อื่น ตอนที่เราไปถึงเห็นสาวๆ กลุ่มหนึ่งกำลังร้องโอ้โห ยกมือถือขึ้นถ่ายเก็บทุกมุมของน้อง ซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง ตู้ที่วางอัตสึคุงอยู่นั้นวางไว้ชิดริมขวาของตู้กระจก จึงมีที่ว่างมองเห็นจากฝั่งขวาของตู้ได้ด้วย สาวๆ สองสามคนก็สไลด์ตัวเข้าไปถ่ายเก็บภาพมาให้ได้ …อืม เราเข้าใจนะ ถ้าเราเมนน้องก็คงอยากเก็บภาพหลายๆ มุมเอาไว้ให้มากที่สุด เอาไปเป็นเรฟวาดโด ตรงโซนนี้อนุญาตให้ถ่ายรูปได้ค่ะ (ยกเว้นของบางชิ้นที่มีป้ายห้ามถ่าย)[2]

นอกจากนี้ก็มีมีดและดาบอื่นๆ มีหลายๆ ดาบที่วงฮามอน (ลายบนใบดาบที่เกิดจากการตีดาบ) สวยมาก สวยโฮก สวยโฮกๆ รู้สึกจะเป็นดาบอะไรสักอย่างของสำนัก Sadakuni (ไม่ใช่ซาดะจังที่มิทสึทาดะมองหาอยู่นะ 555) สวยมาก แง แต่เขาห้ามถ่ายภาพ ได้แต่ยืนจ้องแล้วจำภาพเอาไว้ *แต่ถามว่าตอนนี้ให้นึกภาพออกไหม…ก็ไม่นะ 55*

Mission Completed แล้ว เย้! —ヾ(*´∀`*)ノ—

แต่เรายังไม่จบค่ะ ต้องไปต่อให้คุ้มค่าบัตร 5555 พอเดินออกมาจากโซนดาบจะเป็นห้องโชว์ของอื่นๆ มากมาย เป็นทางเดินยาวๆ ทะลุไปได้ถึงตึก Heiseikan พอมาถึงตรงนี้จะมีที่ตรวจตั๋วสำหรับขึ้นไปชมนิทรรศการพิเศษบนชั้น 2 ของตึก Heiseikan แต่เนื่องจากเราไม่ได้ซื้อตั๋วพิเศษไว้ เลยเข้าไปดูอะไรไม่ได้ งั้นเราก็ออกจากตึกนี้กันเถอะ

ออกจากตึกทางประตูหน้าของ Heiseikan มาจะเจอสระน้ำ~~~

TNM Tokyo National Museum Heiseikan

ถึงแดดจะเปรี้ยง แต่ตรงนี้เย็นสบายมากค่ะ
(ภาพนี้เดินออกมานิดนึงแล้วค่อยถ่ายย้อนกลับไปให้เห็นตึก Heiseikan)

คราวนี้เราจะไปดูที่ Toyokan ต่อล่ะ! ( ・ v・)ง

อันนี้คือตึก Toyokan

อันนี้คือตึก Toyokan

เป้าหมายของเราคือ…

ไปดู โซนเครื่องสำริดจีน (Chinese Bronzes) ล่ะค่าทุกโคนนนน~~~ *ค่ะ อินี่มันด้วงหนักมาก 5555*

TNM Tokyo National Museum Toyokan's Chinese Bronzes

โซนเครื่องสำริดจีน เป็นของที่ได้มาจากตอนบุก (เขาใช้คำว่าสำรวจ) จีนทั้งนั้นเลย *แค่กๆๆๆ*

ตึก Toyokan เป็นโซนนิทรรศการถาวร ถ้ามองจากหน้าประตูทางเข้า ตึกจะอยู่ทางขวามือสุดของอาคารทั้งหมด ข้างในจัดแสดงพวกโบราณวัตถุของชนชาติเอเชียทั้งหลาย มีทั้งโซนจีน, เกาหลี, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เอเชียกลาง, อินเดีย แล้วก็อียิปต์ (จะต่างกับ Honkan ตรงที่ Honkan เน้นแต่ของญี่ปุ่นแท้ๆ)

โซนเครื่องสำริดจีนจะอยู่ที่ชั้น 3 ค่ะ ทางเดินในนี้จะจัดแบบบังคับเดินอ้อมนิดหน่อย เราเกือบหลงหาลิฟต์ไปชั้น 3 ไม่เจอแน่ะ 555 (แต่ถ้าค่อยๆ เดินจะเจอเอง พอดีเรารีบ อยากไปดูโซนสำริดเร็วๆ ก็เลยหลง 5555) ของมีเยอะเหมือนกัน ด้วงแบบเราดูแล้วตื่นตาตื่นใจอู้หูอ้าหามาก (ด้วง = แฟนเรื่องบันทึกจอมโจรแห่งสุสานไทย)

TNM Tokyo National Museum Toyokan's Chinese Bronzes

TNM Tokyo National Museum Toyokan's Chinese Bronzes

อันนี้ติ่งสามขา ถ่ายมาด้วยความติ่ง ให้รู้ว่าติ่งมันมีสามขาจริงๆ ด้วยแหละคู้ณณณ

TNM Tokyo National Museum Toyokan's Chinese Bronzes

ลายเครื่องสำริด แค่กๆๆๆ *เห็นแล้วไอหนักมาก* ถ่ายซูมๆ มาเผื่อ ให้สหายลมิ้นแกะลาย ใช้เป็นเรฟวาดประตูสำริดได้ *โดนสหายปาขวดไล่*

แง หมดแล้วค่ะ… ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ทั้งที ได้แวะแค่นี้แหละ 55555 เพราะที่เหลือหลังจากนี้ต้องทำเวลาสุดๆ (เสียเวลาเวิ่นเว้อในโซนสำริดไปอีกเกือบครึ่งชม.ได้ 555)

อันนี้ของแถม ต้นไม้สำริดค่ะ

TNM Tokyo National Museum Toyokan's "Money Tree" Chinese Bronzes

TNM Tokyo National Museum Toyokan's "Money Tree" Chinese Bronzes

จริงๆ แล้วดูเหมือนจะเป็นต้นเงิน (Money Tree) เฉยๆ แหละนะ

ตอนเดินผ่านนี่รีบควักมือถือมาถ่ายส่งให้เพื่อน ตะโกนใส่แช็ต “เหลาหย่างงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง” #เมนที่ดี แล้วก็ขำชื่อต้นไม้กัน

โอเค จบแล้วสำหรับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (ทำไมนับไปนับมา นอกจากอัตสึคุงแล้วเหมือนจะมีแต่เรื่องด้วง 555)

ที่เหลือในวันนั้น เราก็ตระเวนไปอย่างสมบุกสมบัน ไปย่านอาสะกุสะ แล้วนั่งเรือต่อไปโอไดบะ ไปรอถ่ายรูปสะพานสายรุ้งเพื่อพบว่ามันไม่เปิดไฟสีรุ้ง (อิสะพานขี้ฮก! T_T พรากกก) ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจ นอกจากได้นั่งรถไฟสายพิเศษ Yurikamome ที่แพงหูฉี่มีเสียงเซยูพากย์บอกสถานีตอนขากลับด้วย แต่ตอนนั้นเราไม่รู้ 555 ณ จุดนั้นเราง่วงมาก เพลียมาก มันดึกแล้ว หาสายรถกลับยาก ประกอบกับหูถั่วเอง เสียของมาก 555 เพิ่งมารู้เอาตอนเปิดหาชื่อสายรถไฟแล้วเห็นชื่อคนพากย์  พบว่ามีแต่นักพากย์ดังๆ คนที่ตามอยู่และเคยตามทั้งนั้น แง T A T เราผิดไปแล้วค่า แอ๊

(ตอนไปโอไดบะไปแบบมักเกิ้ลมาก ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปด้วย ยังไม่รู้จะได้เขียนถึงไหมนะ แต่สนุกจริงๆ เป็นโลเกชั่นของการ์ตูน/ละครไรงี้เพียบเลยละ)

โอเค ทริปจบ อารมณ์ไม่จบ ต่อไปนี้คือ ลิงก์สำหรับเช็กข้อมูลการจัดนิทรรศการของพิพิธภัณฑ์ นะคะ

ของในพิพิธภัณฑ์ต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยู่กับที่ค่ะ (ฮา) คือเขาจะเวียนๆ ของมาจัดแสดง และมีการแลกเปลี่ยนของกันระหว่างพิพิธภัณฑ์ด้วย (บางทีแลกกันข้ามประเทศเลยก็มี) อย่างน้อยหนุ่มดาบของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว ก็จัดแสดงไม่ตลอดค่ะ อารมณ์ว่าของในคลังเขาเยอะ แต่พื้นที่มีจำกัด ก็เลยจะเวียนๆ กันมาจัดแสดงเป็นช่วงๆ แทน เพราะฉะนั้นระวังแป้กจ้ะ คือถ้าดุ่มๆ เข้าไปเลยก็มีโอกาสที่จะไม่เจอหนุ่มดาบคนไหนเลย ไม่เจอดาบที่อยู่ในเกมเลยเพราะช่วงนั้นเขาเอาดาบอื่นๆ มาจัดแสดงแทนไรงี้

สามารถเช็กข่าวการจัดแสดงดาบดาบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเกม Touken Ranbu ได้ที่เว็บนี้ http://刀剣乱舞攻略速報.com/tag/展示会 (ภาษาญี่ปุ่นนะจ๊ะ เราอ่านญี่ปุ่นไม่ออก ก็กราบกูเกิลทรานสเลตเอา)

ในส่วนของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว (Tokyo National Museum) เท่าที่เห็นในเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ น่าจะเคยจัดแสดงดาบที่เกี่ยวข้องกับเกมดาบ Touken Ranbu ไว้สองแห่ง คือ

  • โซนดาบญี่ปุ่น (Japanese Swords) อยู่ที่ห้อง 13 ชั้น 1 ตึก Honkan เคยจัดแสดงมิกะสึกิ มุเนจิกะ, นาคิกิทสึเนะ, และอัตสึชิ โทชิโร่
  • โซนซามูไร (Attire of the Military Elite: Heian – Edo period) ห้อง 5-6 ชั้น 2 ตึก Honkan จัดแสดงชิชิโอ (ตอนนี้ก็ยังจัดแสดงอยู่ มีถึงวันที่ 23 ธ.ค. 2015 นะคะ)

เช็กดูว่าสองโซนที่ว่าตอนนี้จัดแสดงดาบอะไรอยู่ ได้ที่หน้านี้ http://www.tnm.jp/modules/r_exhibition/index.php?controller=hall&hid=12 (อันนี้เป็นหน้าภาษาอังกฤษ กดเข้าไปแล้วเลื่อนหาหัวข้อ Japanese Swords กับ Attire of the Military Elite: Heian – Edo period ดูว่าตอนนี้ทั้งสองโซนจัดแสดงดาบอะไรอยู่ได้เลยค่ะ)

หรือหากในอนาคตมีดาบเล่มไหนจัดแสดงเพิ่มอีก ถ้ามีการเปลี่ยนห้องอะไรงี้แล้วหาไม่เจอ ก็เสิร์ชเอาเลยค่ะ เอาชื่อดาบภาษาอังกฤษไปค้นในช่อง Search มุมขวาบนของเว็บ (ถ้ารู้ภาษาญี่ปุ่นก็หาเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ได้) ก็จะเจอวัน-เวลาที่จัดแสดงดาบในแต่ละหนเหมือนกัน *กัดผ้าเช็ดหน้ามองวันจัดแสดงปู่ที่เราไปไม่ทัน*

เช็กวันที่จัดแสดงแล้วอย่าลืมเช็กเวลาเปิด-ปิดพิพิธภัณฑ์นะคะ พิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่จะมีวันหยุดเป็นวันธรรมดา อย่างที่นี่ที่ไปก็หยุดวันจันทร์ orz หากไม่วางแผนไว้ก่อนระวังแป้กเน่อ

โอเค จบแล้ว กรี๊ด! เขียนจบซะที เอนทรี่ยาวมาก ใช้เวลาเขียนเป็นสัปดาห์ น้ำตาจิไหล 55555

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ค่ะ *โค้ง* แล้วเจอกันเอนทรี่หน้าค่ะ!

 

ที่เหลือเป็นโซนฟุตโน้ต อ่านก็ได้ไม่อ่านก็ได้นะคะ:

[1] ดาบโชคุไดคิริ มิทสึทาดะ (Shokudaikiri Mitsutada) จัดแสดงอยู่ที่ Haneda Airport Discovery Museum สนามบินฮาเนดะ ช่วงวันที่ 10 ต.ค. – 13 ธ.ค. 2015 ค่ะ หลังจากนั้นจะกลับไปจัดแสดงที่ พิพิธภัณฑ์โทคุงาวะ (The Tokugawa Museum) ที่มิโตะ จ.อิบารากิ (…อ่านชื่อทีไรก็สงสัย ทำไมต้องมีเดอะด้วยนะ 5555 อนึ่ง เป็นคนละที่กับ Tokugawa Art Museum ที่นาโงย่าเน่อ ระวังไปผิด) สำหรับใครสนใจจะตามไปดูมิทสึทาดะที่โทคุงาวะมิวเซียม ขอแนะนำบทความแฟนเกิร์ลทริปอันนี้ → [ [FanGirl Trip] แล้วเราก็ได้พบกัน…โชคุไดคิริ มิทสึทาดะ ] ของไคซังค่ะ เป็นบล็อกที่เป็นแรงบันดาลใจให้เราอยากเริ่มเขียนบล็อกเที่ยวอย่างติ่งอันนี้ด้วย แนะนำมากๆๆ ถ้าหลงมาอ่านบทความตามเกมดาบไปดูอัตสึคุงแล้ว ก็ควรอ่านของมิทสึทาดะคุงด้วย แล้วจะรู้ว่ามิชชั่นไปดูดาบของเราคือ Novice มาก เมื่อเทียบกับระดับโปร 5555

[2] กฎการถ่ายรูปใน Tokyo National Museum มีไกด์ไลน์ระบุเอาไว้ตามนี้ค่ะ → [Link] คร่าวๆ คือ ห้ามถ่ายภาพในตึก Heiseikan ชั้น 2 (เป็นตึกที่ใช้จัดนิทรรศการพิเศษค่ะ ในทริปนี้เราไม่ได้เข้า) ส่วนพื้นที่อื่นๆ ขึ้นอยู่กับป้ายนะคะ ชิ้นไหนมีป้ายห้ามถ่ายก็คือถ่ายไม่ได้ ส่วนชิ้นที่ไม่มีป้ายอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามใช้แฟลช อุปกรณ์เพิ่มไฟทั้งหลาย ขาตั้งกล้อง และไม้เซลฟี่ค่ะ โดยตอนถ่ายต้องไม่รบกวนคนอื่นด้วยค่ะ